รับรองแล้ว! 3 มติสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 16 พร้อมประกาศธีมพัฒนานโยบายฯ ปี 2567 ‘เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน’

เคาะแล้ว! 3 มติสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 16 พร้อมประกาศธีมพัฒนานโยบายฯ ปี 2567 ‘เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน’

     ภาคีสมาชิกสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ ร่วมให้ความเห็นชอบ 3 มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 “ระบบสุขภาวะทางจิต-การบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่-ส่งเสริมการพัฒนาประชากร” เตรียมเดินหน้าข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม คสช.-ครม. พร้อมประกาศธีมใหม่ใช้ในกระบวนการสมัชชาฯ ครั้งที่ 17 “เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน”

     สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) พร้อมภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 พ.ศ. 2566 ภายใต้ประเด็นหลัก “ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ โอกาสและความหวังอนาคตประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค. 2566 โดยภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ ได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบและรับรองมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 จำนวน 3 มติ ประกอบด้วย 1. ระบบสุขภาวะทางจิตเพื่อสังคมไทยไร้ความรุนแรง 2. การส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ 3. การส่งเสริมการพัฒนาประชากรให้เกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

     สำหรับมติที่ 1 “ระบบสุขภาวะทางจิตเพื่อสังคมไทยไร้ความรุนแรง” มีกรอบทิศทางนโยบาย (Policy Statement) ในการที่จะพัฒนาระบบสุขภาวะทางจิต ที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนและทุกระดับของสังคม อันครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาทักษะสุขภาพจิตส่วนบุคคล พฤติกรรม วิถีชีวิต การเยียวยารักษา ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนานโยบายที่เป็นไปตามหลักสากล ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเอื้อต่อการมีสุขภาวะทางจิตที่ดีสำหรับทุกคนในประเทศไทย

     พร้อมกันนี้ ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงแสดงความชื่นชม พร้อมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนมติฯ ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต, มูลนิธิแพธทูเฮลท์, โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆ เป็นต้น

     ในส่วนของมติที่ 2 “การส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่” มีกรอบทิศทางนโยบายในการที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม ในลักษณะหุ้นส่วนของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และกลุ่มเครือข่าย โดยมีแผนบูรณาการกับ คณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด องค์กรผู้ใช้น้ำ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในระดับพื้นที่

     หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงแสดงความชื่นชม พร้อมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนมติฯ นี้ ไม่ว่าจะเป็น กรมโยธาธิการและผังเมือง, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมชลประทาน, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.), กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆ เป็นต้น

     ในด้านมติที่ 3 “การส่งเสริมการพัฒนาประชากรให้เกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ” มีกรอบทิศทางนโยบายในการที่จะพัฒนาเด็กให้เกิดและเติบโตเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยการดำเนินการผ่าน 1. การสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคมครั้งใหญ่ให้เห็นถึงความสำคัญ 2. การมีนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัว ที่เอื้อต่อการมีและดูแลบุตร 3. การนำแนวคิดชุมชนนำ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก 4. การพัฒนาระบบสนับสนุนเพื่อเป็นฐานในการวางนโยบายที่มีประสิทธิภาพในระยะต่อไป

     ขณะที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงแสดงความชื่นชม พร้อมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนมติฯ นี้ ไม่ว่าจะเป็น กรมอนามัย, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA), องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงแรงงาน, สภาการศึกษา รวมถึงสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆ เป็นต้น

 

     นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 15-16 พ.ศ. 2565-2566 เปิดเผยว่า กระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 16 นี้ ได้ดำเนินมาตลอดปี 2566 ผ่านขั้นตอนกิจกรรมต่างๆ ที่มีผู้คนจำนวนมากและหลากหลายเข้าร่วมนําเสนอ แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ผ่านชั่วโมงการทำงานร่วมกันมากกว่า 15,000 ชั่วโมง จนได้เนื้อหาของข้อเสนอนโยบายสาธารณะทั้ง 3 มตินี้ ที่มีความแจ่มชัดและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินการได้สมดังเจตนารมณ์ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

     นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ในส่วนขั้นตอนของข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะทั้ง 3 มติ ที่ภาคีสมาชิกสมัชชาสุขภาพร่วมกันให้ความเห็นชอบในครั้งนี้ จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีมติรับทราบและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

     นอกจากนี้ในช่วงท้ายของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ยังได้มีพิธีส่งมอบงานจาก คจ.สช. ครั้งที่ 15-16 พ.ศ. 2565-2566 สู่ คจ.สช. ครั้งที่ 17-18 พ.ศ. 2567-2568 ซึ่งมี นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ เป็นประธาน พร้อมมีการประกาศประเด็นหลัก (Theme) ของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 17 พ.ศ. 2567 ที่จะจัดขึ้นภายใต้ Theme “เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน”

     นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธาน คจ.สช. ครั้งที่ 17-18 พ.ศ. 2567-2568 กล่าวว่า ความหมายของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ (New Era Thai Economy) คือเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันและอนาคต ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ภูมิปัญญา และมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการสร้างสรรค์ความเป็นหุ้นส่วนและสุขภาวะ   ของคนทุกคน ตลอดทั้งสังคมและระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมให้มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้เป็นธีมหลักที่จะถูกใช้ในกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 17

     นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของกรอบแนวทางการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 17-18 นั้น จะมีด้วยกัน 4 ข้อ ประกอบด้วย 1. คัดเลือกประเด็นที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เน้นเป็นประเด็นระดับประเทศ และมีหน่วยงานหรือองค์กรระดับชาติเป็นเจ้าภาพหลัก 2. ปรับกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่สอดคล้องกับประเด็นสถานการณ์และเทคโนโลยี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมเป็นเจ้าของ จนได้ข้อเสนอที่มีความพร้อมทางวิชาการ และมีเครือข่ายหน่วยงานหรือองค์กรพร้อมร่วมขับเคลื่อนชัดเจน 3. มีการบูรณาการในการพัฒนานโยบาย (ขาขึ้น) และขับเคลื่อนเชิงระบบ (ขาเคลื่อน) รวมทั้งเชื่อมโยงการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาคีระดับพื้นที่และสมัชชาสุขภาพจังหวัด 4. จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่น ต่อเนื่อง และเปิดกว้าง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ให้กว้างขวางมากที่สุด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

อธิบดีกรมวิทย์ฯ บริการ กระทรวง อว. “หมอรุ่งเรือง” ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิสุชาติ เจตนเสน“ มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขและงานระบาดวิทยาภาคสนามเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขไทย