2 องค์กร ไทย - จีน จับมือเดินหน้าพัฒนายาทางการแพทย์แผนดั้งเดิม และมาตรฐานการวิจัย ในระบบสุขภาพ

 2 องค์กร ไทย - จีน จับมือเดินหน้าพัฒนายาทางการแพทย์แผนดั้งเดิม และมาตรฐานการวิจัย ในระบบสุขภาพ


กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ Guangxi Medical Products Administration  สาธารณรัฐประชาชนจีน ประชุมแลกเปลี่ยนนโยบายและความร่วมมือ เพื่อต่อยอดในการกำกับดูแลด้านยาทางการแพทย์ดั้งเดิมและมาตรฐานการวิจัย และ ว่าด้วยความมั่นคง ในระบบสุขภาพ เพื่อส่งผลให้เกิดการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ



วันที่ 6 ธันวาคม 2567 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตามนโยบาย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีนโยบายในการขับเคลื่อนและยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ ผ่านกลยุทธ์ 3 สร้าง ประกอบด้วย สร้างความร่วมมือ สร้างความเชื่อมั่น และ สร้างมาตรฐานและยกระดับ 






สำหรับ การประชุมในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนนโยบายและความร่วมมือในการกำกับดูแลด้านยาทางการแพทย์ดั้งเดิม และมาตรฐานการวิจัย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนนโยบาย และการกำกับดูแลการดำเนินงานทางการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการพัฒนาด้านมาตรฐานการวิจัยว่าด้วยความมั่นคงในระบบสุขภาพเพื่อส่งผลให้เกิดการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ โดยสอดรับกับนโยบายข้อที่ 1 คือ เน้นการสร้างความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายบริการ ทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาวิชาการ นำองค์ความรู้ภูมิปัญญามาวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่ายให้เกิดนวัตกรรมบริการและผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่น สู่การนำไปใช้ในระบบบริการสุขภาพและเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้ประโยชน์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก       แบบครบวงจร        

  

ประเทศไทยและประเทศจีนมีความร่วมมือกันในการพัฒนาด้านการแพทย์แผนจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ความร่วมมือ 26 ปีนี้ทำให้เกิดการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ ในปัจจุบัน มีการผลิตแพทย์แผนปัจจุบันที่อบรมหลักสูตรฝังเข็ม 2,202 ราย กับแพทย์แผนจีนจากมหาวิทยาลัย 2,220 ราย รวมกว่า 4,422 ราย และ ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้บ่อยราว 100 รายการ ที่เป็นทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ทางเลือก  เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลเรื่ององค์ความรู้ด้านศาสตร์การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย สำหรับ การรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้น มีการรักษา   ที่หลากหลาย เช่น การรักษาทางยาสมุนไพรจีน ฝังเข็ม ครอบแก้ว เป็นต้น โดย ผู้ป่วยสามารถเบิกค่ารักษาโดยการฝังเข็มสำหรับผู้ที่ป่วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาต และ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากค่ารักษาดังกล่าวได้ถูกบรรจุไว้ในชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)


นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนา การวิจัย การจัดการความรู้  การพัฒนาแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตั้งแต่ระดับต้นทาง สู่ปลายทาง  เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การบริการในระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของประชาชน ในส่วนของผลิตภัณฑ์สมุนไพร กรมมีบทบาทหน้าที่ในการศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึง การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ด้วยปัจจุบันค่านิยมของผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและ สมุนไพรเพิ่มมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาและสมุนไพรที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จำนวนกว่า 17,300 รายการ และมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยกว่า 2,000 รายการที่ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ มีพื้นที่ปลูกสมุนไพร 1,059,818 ไร่ และขณะนี้กำลังอยู่ ระหว่างการพัฒนามาตรฐาน (Good Agricultural and Collection Practice) ต่อไป 


เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองหน่วยงานจากสองประเทศได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลและกระชับความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ดั้งเดิม พัฒนามาตรฐาน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สมุนไพรในการดูแลสุขภาพของประชาชนแบบองค์รวมทุกมิติ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

อธิบดีกรมวิทย์ฯ บริการ กระทรวง อว. “หมอรุ่งเรือง” ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิสุชาติ เจตนเสน“ มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขและงานระบาดวิทยาภาคสนามเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขไทย