ARDA จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กรมปศุสัตว์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยพัฒนาสูตรอาหารสำหรับโคนมทุกระยะตั้งแต่ลูกโค โครุ่น โคสาว โครีดนม โคพักรีด ช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมงานวิจัย

 ARDA จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กรมปศุสัตว์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยพัฒนาสูตรอาหารสำหรับโคนมทุกระยะตั้งแต่ลูกโค โครุ่น โคสาว โครีดนม โคพักรีด ช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมงานวิจัย รวมทั้งการใช้ประโยชน์ของแหล่งอาหารสัตว์ในท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเดินหน้านำร่องถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการให้อาหารโคนมอย่างเป็นระบบสู่เกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัด ขอนแก่น มหาสารคาม และอุดรธานี แก้ปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบต่อตัวต่ำ คุณภาพน้ำนมไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตน้ำนมและรายได้ของเกษตรกร

          นายวิชาญ  อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า อาชีพการเลี้ยงโคนม ถือเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ต้องการให้เกษตรกรไทยได้ประกอบอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน แต่ในปัจจุบันพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาจากวัตถุดิบในการเลี้ยงโคนมที่มีต้นทุนต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง และวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดมีราคาแพง อีกทั้งสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงโคนม ทำให้ปริมาณน้ำนมต่อตัวค่อนข้างต่ำกว่าหลายประเทศ รวมทั้งยังมีปัญหาคุณภาพน้ำนมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ในการจัดการอาหารโคนมแต่ละระยะ จากปัจจัยข้างต้น ARDA จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่กรมปศุสัตว์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาความต้องการโภชนะของโคนมในระยะต่างๆ จนกระทั่งได้ “คู่มือความต้องการโภชนะโคนมของประเทศไทย” เล่มแรกของประเทศไทย และอยู่ระหว่างขยายผลภายใต้โครงการ “การใช้ประโยชน์นวัตกรรมความต้องการโภชนะโคนมเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนม” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นักอาหารสัตว์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักวิชาการ ได้ใช้เป็นมาตรฐานในการประกอบสูตรอาหารสำหรับการผลิตโคนมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีและคุณค่าทางโภชนะของวัตถุดิบอาหารสัตว์และสามารถนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาประกอบเป็นสูตรอาหารเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้ ซึ่งจะเสร็จสิ้นโครงการภายในเดือนมีนาคม 2568 นี้ โดยคาดการณ์ว่าโครงการนี้จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงคุณภาพน้ำนมดิบ 1.5 บาท/กิโลกรัม และปริมาณน้ำนมที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม / ตัว /วัน ซึ่งโครีดนมในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 276,730 ตัว เท่ากับเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี

          ด้าน รศ.ดร.กฤตพล สมมาตย์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ  กล่าวว่า การเลี้ยงโคนม เรื่องของอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลถึงปริมาณผลผลิตน้ำนม และกำไรของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมากที่สุด เนื่องจากอาหารสัตว์ที่มีระดับโภชนะที่เหมาะสมต่อความต้องการของแม่โค จะส่งผลต่อปริมาณน้ำนมที่ได้ อีกทั้ง อาหารสัตว์ยังเป็นต้นทุนการผลิตที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในการทำปศุสัตว์อีกด้วย โดยผลการดำเนินโครงการนี้ จะช่วยให้เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาปริมาณและคุณภาพน้ำนมตกต่ำในฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยประยุกต์ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีความต้องการโภชนะโคนมไทย เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิต และเพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการประเมินผลกระทบจากงานวิจัยความต้องการโภชนะของโคนมไทยต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไป 





โครงการนี้เป็นการขยายองค์ความรู้ “โภชนะโคนม”หรือ “อาหารของโคนม” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนม ด้วยการคำนวณสูตรอาหารโคนมที่เหมาะสมกับโคนมประเทศไทย เนื่องจากสูตรอาหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ต้องใช้ข้อมูลค่าความต้องการโภชนะและพลังงานของโคนมจากต่างประเทศ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีแหล่งที่มาของชนิดวัตถุดิบ พันธุ์สัตว์ และสภาพสิ่งแวดล้อม ที่แตกต่างจากประเทศไทย ทำให้สูตรอาหารขาดความถูกต้องแม่นยำ ดังนั้น การให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนะแก่โคนมอย่างเหมาะสม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มผลผลิตน้ำนม และปรับปรุงคุณภาพน้ำนม ซึ่งประกอบด้วย 6 ชนิดหลักๆ ได้แก่ น้ำ โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุคาร์โบไฮเดรตและวิตามิน เนื่องจากในแต่ละชนิดจะมีส่วนผสมแยกย่อยหลายอย่าง  ดังนั้น ทางคณะนักวิจัยฯ จึงได้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการศึกษาความต้องการโภชนะ โดยตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตน้ำนมให้กับแม่วัวแต่ละตัวให้สามารถผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม/วัน โดยคำนวณความต้องการใช้โภชนะและพลังงานอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตเพื่อให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันโครงการฯ ได้นำร่องในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และอุดรธานี โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกลุ่มเป้าหมายจำนวน 800 ราย




เข้าร่วมโครงการฯ  และมีเจ้าหน้าที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ปศุสัตว์เขต/ปศุสัตว์จังหวัด/ปศุสัตว์อำเภอ/สหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย จำนวน 40 ราย นำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์



สำหรับเกษตรกรผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เบอร์โทรศัพท์ 02 579 7435

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

อธิบดีกรมวิทย์ฯ บริการ กระทรวง อว. “หมอรุ่งเรือง” ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิสุชาติ เจตนเสน“ มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขและงานระบาดวิทยาภาคสนามเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขไทย