สทนช. รุกขับเคลื่อนคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ไทย-สปป.ลาว บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงช่วงฤดูฝนนี้ป้องกันอุทกภัยซ้ำรอย ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนริมฝั่งโขง
สทนช. รุกขับเคลื่อนคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ไทย-สปป.ลาว บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงช่วงฤดูฝนนี้ป้องกันอุทกภัยซ้ำรอย ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนริมฝั่งโขง
คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประสานงานด้านอุทกภัยและโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ประชุมนัดแรก กำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงร่วมกันช่วงฤดูฝนปี 2568 หลังคาดว่ามีแนวโน้มน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นและอาจล้นตลิ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้
วันนี้ (23 มิถุนายน 2568) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประสานงานด้านอุทกภัยและโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ (Ad-Hoc Joint Flood and Hydropower Coordination) ครั้งที่ 1 ร่วมกับผู้แทนจาก สปป.ลาว ณ โรงแรมเลอ เมอริเดียน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากฝ่ายไทย ได้แก่ นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนช. นายชุมลาภ เตชะเสน ผู้ช่วยเลขาธิการ สทนช. ดร.วินัย วังพิมูล ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สทนช. ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา โดยมี นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ CEO สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขง (MRCS) พร้อมเจ้าหน้าที่ เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลวิชาการในการประชุม จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการความร่วมมือไทย-เมียนมาเพื่อบรรเทาอุทกภัยข้ามพรมแดนบริเวณแม่น้ำแม่สาย–น้ำรวก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการและมาตรการบรรเทาอุทกภัยข้ามพรมแดน ตามลำดับ
เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ระหว่างไทยและสปป.ลาวเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝนปีนี้ เนื่องจาก MRCS คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในแม่น้ำโขง ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่ง และอาจจะกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงใน 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ จังหวัดนครพนม จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดบึงกาฬ และในพื้นที่ของ สปป.ลาว เช่นเมืองเวียงจันทน์ เมืองปากเซ เป็นต้น คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการบูรณาการบริหารจัดการน้ำกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ของสปป.ลาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำโขง การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยผนวกข้อมูลด้านสภาพอากาศ ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน โดยคำนึงถึงความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด รวมถึงหารือแผนการสำรวจรูปตัดลำน้ำของแม่น้ำโขง และการสำรวจพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันสำหรับใช้ในการวางแผน
และกำหนดมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสม ซึ่งในการประชุม ฝ่ายไทยได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ในหัวข้อ “Best Practices of Flood Management in Thailand” เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสีย
“สทนช. เร่งทำงานเชิงรุกอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยไม่ให้เกิดซ้ำเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา โดยได้มีการประสานงานร่วมกับ MRCS และสปป.ลาว มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือของไทยและสปป.ลาว ในระดับทวิภาคีและภูมิภาค โดยมี MRCS เป็นผู้สนับสนุน และหลังจากการประชุมในครั้งนี้ สทนช. จะหารือร่วมกับ 4 จังหวัดริมโขงดังกล่าว เพื่อกำหนดมาตรการและแผนการดำเนินงานในเชิงป้องกันล่วงหน้า ช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนริมฝั่งโขงให้ได้มากที่สุด” เลขาธิการ สทนช. กล่าว
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
23 มิถุนายน 2568






















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น