“สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยผลสำรวจ ประชาชน กังวล “ค่าครองชีพสูง” มากที่สุด วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง”

 “สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยผลสำรวจ ประชาชน กังวล “ค่าครองชีพสูง” มากที่สุด วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง”

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 พบว่า “ค่าครองชีพสูง” เป็นประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลมากที่สุด สะท้อนความท้าทายด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ประชาชนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า “สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 22 - 28 มกราคม 2569” สรุปผลที่น่าสนใจได้ดังนี้

ค่าครองชีพ–รายได้–หนี้สิน ประเด็นหลักที่ประชาชนกังวล : ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 69.9 มีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพสูงมากที่สุด รองลงมา เช่น รายได้ไม่พอกับรายจ่าย (ร้อยละ 63.8) หนี้สิน (ร้อยละ 43.1) สวัสดิการจากภาครัฐไม่เพียงพอ (ร้อยละ 25.4) และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ (ร้อยละ 25.2) เป็นต้น



สิ่งที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ควรเร่งดำเนินการ : ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 50.5 ต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องและค่าครองชีพมากที่สุด รองลงมา เช่น การสร้างงานและเพิ่มรายได้ (ร้อยละ 10.8) การแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชน (ร้อยละ 9.1) การดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิต (ร้อยละ 5.8) และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน (ร้อยละ 5.1) เป็นต้น

เรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหาหนี้สิน : ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 44.2 เห็นว่าควรลดภาระค่าครองชีพและป้องกันการเกิดหนี้ใหม่มากที่สุด รองลงมา เช่น ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ (ร้อยละ 44.0) เพิ่มรายได้ควบคู่กับการแก้หนี้ (ร้อยละ 42.2) เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย (ร้อยละ 30.8) และปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ (ร้อยละ 32.2) เป็นต้น



การบริหารประเทศที่ต้องการจากรัฐบาลชุดใหม่ : ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 80.9 ต้องการให้รัฐบาล

ชุดใหม่บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รองลงมา ได้แก่ รับฟังเสียงประชาชน (ร้อยละ 59.7) ตัดสินใจรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ (ร้อยละ 46.7) ไม่เล่นเกมการเมือง/ทำเพื่อประชาชน (ร้อยละ 31.0) และบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตได้ทันท่วงที (ร้อยละ 29.8) เป็นต้น

ขณะที่คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ (ร้อยละ 67.7) รองลงมา เช่น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย (ร้อยละ 46.7) ไม่มีประวัติอาชญากรรม (ร้อยละ 42.2) มีความรู้ความสามารถ/ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานนั้นโดยตรง (ร้อยละ 39.0) 

และสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที (ร้อยละ 31.6) เป็นต้น ทั้งนี้ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 90.4 เห็นว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อการบริหารประเทศในระดับมากถึงมากที่สุด (มากร้อยละ 31.5 และมากที่สุดร้อยละ 58.9) สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่อย่างชัดเจน



ดร.เอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Quick Survey สำนักงานสถิติแห่งชาติ” ซึ่งจะดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารประเทศ

ของรัฐบาลชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามผลการสำรวจประจำเดือนได้ทางเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ www.nso.go.th และทุกช่องทางออนไลน์ ภายใต้ชื่อ NSOOFTHAILAND

**********

หมายเหตุ : การสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งอาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลทั่วประเทศ 

ขนาดตัวอย่าง 6,000 ราย ใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Two - Stage Sampling เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภูมิภาค

ของประเทศ โดยกำหนดความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95.0 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

อธิบดีกรมวิทย์ฯ บริการ กระทรวง อว. “หมอรุ่งเรือง” ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิสุชาติ เจตนเสน“ มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขและงานระบาดวิทยาภาคสนามเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุขไทย