พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลง 2 คดี กก.ดส.ทลายคลังยาบ้าสระบุรี รวม 9.5 ล้านเม็ด และ สืบนครบาล 7 ยึดของกลางยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด

 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลง 2 คดี กก.ดส.ทลายคลังยาบ้าสระบุรี รวม 9.5 ล้านเม็ด และ สืบนครบาล 7 ยึดของกลางยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด








วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล : พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน พร้อมด้วยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. แถลงข่าว กรณี กก.ดส.ทลายคลังยาบ้าสระบุรี ยึดของกลางยาบ้ากว่า 48 กระสอบ รวม 9.5 ล้านเม็ด และ สืบนครบาล 7 จับกุมเครือข่ายขณะขนย้ายยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด







ตามนโยบายการบริหารราชการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.,พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้

กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.

คดีที่ 1 ชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 ทรชน! คาบ้านเก็บยาบ้าล็อตมหึมา กว่า 9,560,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท”

: กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.,พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์,พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหานายคมสัน หรือเกมส์ฯ อายุ 30 ปีและนายธัณนวัฒน์ หรือวัฒน์ฯ อายุ 45 ปีพร้อมด้วยของกลางยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวนประมาณ 9,560,000 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องมูลค่ารวมกว่า 500,000,000 บาท

โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยจับกุม เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 เวลาประมาณ 21.00 น.จับกุมได้บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ต.หนองแขม อ.หนองแค จ.สระบุรี

สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น ขนย้ายยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลต่อมา พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถตู้ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเพิงพัก จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ซึ่งได้ตระหนักว่า หากยาเสพติดจำนวนมากมายนั้น หลุดรอด จากการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและทำการสืบสวนต่อไป  

กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถตู้ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคกลางของประเทศไทย เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชนต่อไป ซึ่งจากการสะกดรอยและสังเกตการณ์ ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเพิงพัก เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และใช้ยุทธวีธีในการเข้าตรวจค้น /จับกุม ซึ่งจากการตรวจค้น พบยาเสพติดจำนวนมหาศาลเป็นยาบ้าประมาณ 9,560,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเพิงพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ไว้ใช้เพื่อสำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ 

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม            ได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

คดีที่ 2 สืบนครบาล 7 ตรวจยึดของกลางยาบ้า 8 ล้านเม็ด

: กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดย พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7,พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7,พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์,พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล,พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อย

ในพื้นที่ และขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาพักรอการจำหน่ายที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะแพร่กระจายพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้


ด้วยเมื่อ วันที่ 26 ก.ค.2569 เวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด ได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดบริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี

พร้อมของกลาง ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 40 กระสอบ รวมทั้งหมด 8,000,000 เม็ด โดยแบ่งเป็นยี่ห้อ 999 จำนวน 6,100,000 เม็ด และยี่ห้อ Y-1 จำนวน 1,900,000 เม็ด,รถยนต์กระบะโตโยต้า สีน้ำตาล (แบบแครี่บอย) หมายเลขทะเบียน บล 65xx ลพบุรี,โทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 Pro Max จำนวน 1 เครื่องโดยตรวจยึด บริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี

พฤติการณ์โดยก่อนทำการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ได้ทำการขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยก่อนหน้านี้ และได้รับแจ้งสายลับว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ได้เฝ้าขยายผลอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยรถที่ใช้ขนและลำเลียงยาเสพติดเป็นรถกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังสะกดรอยติดตาม จน และเมื่อ 25 ก.ค.2569 เวลา 22.00 น. พบรถคันดังกล่าวขับบนเส้นทางลพบุรี-สระบุรี มีลักษณะบรรทุกของหนักผิดปกติจึงทำการสะกดรอยตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบที่แยกไฟแดงโรบินสัน ผู้ขับขี่ได้ขับรถหลบหนีอย่างอันตราย ผู้ต้องหา (ชาย 2 คน) ถอยชนรถเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการยิงสกัด ทำให้ผู้ต้องหาทิ้งรถและอาศัยความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองลพบุรี และนำยาเสพติดไปขยายผลต่อที่ กก.สส.บก.น.7 ก่อนจะส่งมอบให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

วช. - จุฬา ผนึกกำลังเครือข่ายวิจัย EARTH และนักวิชาการ เปิดเวทีวิชาการ “หนึ่งปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568“ ถอดบทเรียนสู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศไทย