ประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ ฉบับที่ 3/2569​ เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

 ประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ ฉบับที่ 3/2569​ เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง


สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 9 - 13 กันยายน 2569 ดังนี้

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

1.1 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว ฮอด และอมก๋อย) 

จังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่สาย แม่จัน ดอยหลวง เวียงเชียงรุ้ง แม่สรวย พาน และเวียงป่าเป้า) 

จังหวัดพะเยา (อำเภอเชียงคำ แม่ใจ จุน ดอกคำใต้ ปง และเชียงม่วน) 

จังหวัดน่าน (อำเภอปัว บ่อเกลือ และเวียงสา) 

จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอโกสัมพีนคร พรานกระต่าย เมืองกำแพงเพชร คลองลาน และคลองขลุง) 

จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า หล่มสัก และเมืองเพชรบูรณ์) 

จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง สามเงา แม่ระมาด บ้านตาก เมืองตาก แม่สอด วังเจ้า พบพระ และอุ้มผาง) 

และจังหวัดอุทัยธานี (อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)


1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย (อำเภอเชียงคาน ปากชม ด่านซ้าย ภูเรือ เมืองเลย และวังสะพุง) 

จังหวัดอุดรธานี (อำเภอบ้านผือ และโนนสะอาด) จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง และเนินสง่า) 

จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอวาปีปทุม) 

จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเสลภูมิ อาจสามารถ และเกษตรวิสัย) 

จังหวัดยโสธร (อำเภอกุดชุม เมืองยโสธร มหาชนะชัย และค้อวัง) 

จังหวัดนครราชสีมา (อำเภอพิมาย ชุมพวง วังน้ำเขียว และครบุรี) 

จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอราษีไศล ยางชุมน้อย และกันทรารมย์) 

และจังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอตระการพืชผล เหล่าเสือโก้ก ดอนมดแดง วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สำโรง ทุ่งศรีอุดม บุณฑริก และน้ำยืน)


1.3 ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอสองพี่น้อง) 

จังหวัดสระบุรี (อำเภอแก่งคอย และหนองแค) 

รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 


1.4 ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต และท่าตะเกียบ) 

จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอนาดี บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ) 

จังหวัดสระแก้ว (อำเภอวัฒนานคร) 

จังหวัดชลบุรี (อำเภอบ่อทอง และหนองใหญ่) 

จังหวัดระยอง (อำเภอวังจันทร์ เขาชะเมา เมืองระยอง และแกลง) 

จังหวัดจันทบุรี (อำเภอแก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ) 

และจังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด บ่อไร่ และคลองใหญ่)


1.5 ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค และเมืองกาญจนบุรี) 

จังหวัดราชบุรี (อำเภอบ้านคา และปากท่อ) 

จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอหนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน และท่ายาง) 

และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน ปราณบุรี กุยบุรี เมืองประจวบคีรีขันธ์ ทับสะแก และบางสะพาน)

1.6 ภาคใต้ จังหวัดชุมพร (อำเภอท่าแซะ) 

จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี เมืองระนอง และสุขสำราญ) 

และจังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และกะปง)

 

2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี อุดรธานี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี และระนอง

 

3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย 

แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน 

แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก 

แม่น้ำห้วยหลวง บริเวณจังหวัดอุดรธานี 

ลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด 

และแม่น้ำป่าสัก บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์


ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์


ประกาศ ณ วันที่  8  กันยายน 2569


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Sweeney Todd ละครเวทีมิวสิคัลในตำนาน และนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยใน School Edition ที่ทางโรงเรียนได้ซื้อลิขสิทธิ์แท้ถูกต้อง จาก Musical Theatre International (MTI) ละครเขย่าขวัญ ฆาตกรรม ทำให้เหมาะกับผู้แสดง โดย นักเรียน Pre - College YAMP โรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี

สภาเอสเอ็มอีไทยรวมพลัง! “THAI SMEs RUN 2025” วิ่งเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย

วช. - จุฬา ผนึกกำลังเครือข่ายวิจัย EARTH และนักวิชาการ เปิดเวทีวิชาการ “หนึ่งปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568“ ถอดบทเรียนสู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศไทย